ประจำเดือนไม่มาไม่ได้หมายความว่าตั้งครรภ์เสมอไป มีสาเหตุอื่นอีกหลายอย่างที่ทำให้รอบเดือนช้าหรือขาดได้
สาเหตุอื่นที่ไม่ใช่การตั้งครรภ์
- ความเครียด — ส่งผลต่อสมองส่วนที่ควบคุมฮอร์โมนการตกไข่โดยตรง
- น้ำหนักเปลี่ยนเร็ว — ทั้งลดและเพิ่มเร็วเกินไปรบกวนสมดุลฮอร์โมน
- ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS) — พบในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ราว 1 ใน 10 คน เป็นสาเหตุที่พบบ่อยของรอบเดือนไม่สม่ำเสมอ
- ความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ — ทั้งทำงานมากหรือน้อยเกินไปก็กระทบรอบเดือนได้ และมักรักษาได้เมื่อวินิจฉัยพบ
กี่วันถึงควรตรวจ
ถ้ารอบปกติ 28–30 วัน ประจำเดือนไม่มา 1 วัน ก็ตรวจได้แล้ว แต่ผลจะแม่นยำกว่าถ้ารอถึง 7 วันหลังขาด เพราะ hCG มีเวลาสะสมมากพอ
ถ้าไม่มา 1 สัปดาห์
ตรวจได้เลย ถ้าผลลบและประจำเดือนยังไม่มา ตรวจซ้ำใน 3–5 วัน หรือพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุอื่น โดยเฉพาะถ้าขาดต่อเนื่องเกิน 6–8 สัปดาห์
เมื่อไหร่ควรพบแพทย์แทนการตรวจซ้ำ
ถ้าตรวจซ้ำหลายครั้งแล้วผลลบตลอด แต่ประจำเดือนยังไม่มา หรือมีอาการอื่นร่วม เช่น น้ำหนักเปลี่ยนมาก ขนขึ้นผิดปกติ หรือเหนื่อยง่ายกว่าเดิม ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ ไม่ใช่ตรวจครรภ์ซ้ำไปเรื่อยๆ